วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557

จะเสนอผู้บริหารเรื่องขึ้นเงินเดือน จะต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง


ช่วงนี้ก็เข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปีแล้ว เป็นช่วงของการประเมินผลงาน และเตรียมตัวของบประมาณสำหรับขึ้นเงินเดือนประจำปีตามผลงาน มีผู้อ่านหลายท่านที่เขียนมาสอบถามว่า ถ้าจะเสนอเรื่องของอนุมัติงบประมาณการขึ้นเงินเดือนนั้น จะต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อนำเสนอให้ผู้บริหารเห็นอย่างมีเหตุมีผล ผมก็เลยถือโอกาสเอาประเด็นนี้มาเขียนไว้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านพอได้ไอเดีย และเอาไปปรับใช้ในการเสนออนุมัติของงบประมาณการขึ้นเงินเดือนของบริษัทได้

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เรื่องอะไรบ้างที่ผู้จัดการที่ดี ไม่ควรจะมอบหมายให้คนอื่นทำ

Leadership1111
โดยปกติแล้วคนที่เป็นผู้จัดการ จะต้องทำหน้าที่ในการบริหารจัดการงานให้สำเร็จ โดยผ่านผู้อื่นที่อยู่ในทีมงานของตนเอง ดังนั้น ผู้จัดการก็จะต้องมีการกำหนดเป้าหมายการทำงาน วางแผนการทำงาน และมอบหมายการทำงานให้กับลูกน้องของตนเอง ผู้จัดการส่วนใหญ่ต้องทำหน้าที่ในการมอบหมายงานให้กับทีมงานของตนเองเป็นผู้ ดำเนินการ ตามหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลไป

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

พนักงานที่มีผลงานที่ดี เขามีวิธีคิดและวิธีการทำงานอย่างไร


ในการทำงานนั้น ผมเชื่อว่าทุกคนล้วนต้องการมีผลงานที่ดีกันทั้งนั้น คงไม่มีใครที่มาทำงานแล้วไม่อยากสร้างผลงานที่ดี เพียงแต่การทำงานเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีนั้น มันเป็นสิ่งที่อาจจะยากอยู่บ้าง เพราะผลงานที่ดีนั้น มันมีองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผลสำเร็จของตัวงานเอง ซึ่งอาจจะวัดได้จากตัวชี้วัดผลงานที่องค์กรได้กำหนดขึ้น รวมทั้งพฤติกรรมบางอย่างที่ต้องแสดงออก ให้สอดคล้องกับค่ายนิยมขององค์กร และสอดคล้องกับผลลัพธ์ในการทำงานที่ต้องการ

วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

นโยบาย HR ที่สำคัญถ้าต้องการ Gen Y เข้ามาทำงาน

generationy

ปัจจุบันนี้เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า GEN Y นั้นเข้ามาในตลาดแรงงานมากขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่า เป็นกลุ่มแรงงานที่สำคัญในยุคนี้ เพราะถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะเติบโตต่อไป และเป็นกำลังสำคัญที่จะทำให้องค์กรของเราเติบโตต่อไปในอนาคต ถ้าเราต้องการสรรหาและคัดเลือกคนกลุ่มนี้เข้าทำงานในบริษัทมากขึ้น สิ่งที่สำคัญก็คือ นโยบายทางด้านการบริหารคน จะต้องมีความสอดคล้องกับความต้องการพื้นฐานของ GEN Y นี้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะสามารถดึงดูด และเก็บรักษาคนกลุ่มนี้ให้ทำงานกับบริษัทได้อย่างเต็มความสามารถ

แล้วอะไรบ้างที่ GEN Y ต้องการ และองค์กรต้องมีนโยบายทางด้านการบริหารคนอย่างไรบ้าง ถ้าต้องการให้ GEN Y เลือกและอยากทำงานด้วย ลองมาดูกันครับ
  • เรื่องของ Social media ขาดไม่ได้ อย่าง ที่เราทราบกันดีว่า Gen Y กับเรื่องของ Social Media นั้นขาดกันไม่ได้เลย ดังนั้นนโยบายเรื่องนี้ในองค์กรก็ควรจะมีการกำหนดชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้นถ้าสามารถนำเรื่องการทำงานไปผูกกับเรื่องของ Social Media ได้ก็จะยิ่งทำให้ Gen Y รู้สึกดีกับการทำงานมากขึ้น เพราะนี่คือสิ่งที่ Gen Y เป็น เขาเกิดและโตมากับสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นถ้างานที่เขาทำมีเรื่องเหล่านี้อยู่ด้วย ก็จะเป็นตัวสร้างแรงจูงใจที่ดีมากขึ้นอีก
  • อย่าเน้นเรื่องเงินมากเกินไป หลายๆ คนต่างบอกว่า Gen Y ต้องการเรื่องของเงินมากกว่า Gen อื่น ก็เลยไปเน้นเรื่องของเงินเดือนมาก แต่จริงๆ แล้ว Gen Y ก็ต้องการค่าตอบแทนในรูปแบบอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เพียงแต่ให้เป็นค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับช่วงอายุ และความต้องการของเขา เช่น การให้เงินช่วยเหลือการศึกษาต่อ ค่าอาหาร ค่ารถไฟฟ้าในการเดินทาง รวมถึงสวัสดิการที่เน้นไปในเรื่องของความสนุกสนาน และการอำนวยความสะดวกที่สอดคล้องกับชีวิตของเขา เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะตอบโจทย์ความต้องการของเขามากขึ้น
  • เริ่มสรรหาคัดเลือกตั้งแต่ก่อนจบ ถ้า องค์กรของเราต้องการคนรุ่นนี้จริงๆ เราก็ต้องสรรหาคัดเลือกกันตั้งแต่เด็กกลุ่มนี้ยังเรียนไม่จบ โดยทั่วไปก็จะไปประสานงานกับทางมหาวิทยาลัย เพื่อสรรหาคัดเลือก หรืออาจจะเป็นลักษณะของการให้มาฝึกงานกันก่อนเพื่อดูหน่วยก้านว่าพอจะทำงาน กับเราได้หรือไม่ อีกทางก็คือเพื่อที่จะให้เด็กกลุ่มนี้ได้เรียนรู้วิธีการทำงาน และวัฒนธรรมการทางานของบริษัทด้วยอีกทางหนึ่ง
  • สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรงในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง Gen Y มักจะต้องการความภาคภูมิใจในการทำงาน และต้องการที่จะโชว์เพื่อนๆ ว่าเขาได้ทำงานในองค์กรที่มีจุดเด่นบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความชำนาญ ชื่อเสียงในวงการ หรืออาจจะเป็นเรื่องของวัฒนธรรมองค์กรในรูปแบบต่างๆ เช่น เป็นองค์กรที่เน้นการเรียนรู้ เน้นไปที่การสร้างคนเก่ง ฯลฯ เพื่อที่จะทำให้เขาเกิดความมั่นใจว่า ทำงานที่นี่แล้วมีจุดเด่นบางอย่างที่สามารถไปคุยกับเพื่อนๆ เขาได้
  • การทำงานที่ยืดหยุ่น คน รุ่นใหม่ไม่ชอบอะไรที่อยู่ในกรอบตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ Gen Y เองก็ชอบอะไรที่มีความยืดหยุ่นบ้าง อาทิ เรื่องของเวลาในการทำงาน วันทำงาน ที่อาจจะมีการยืดหยุ่นได้บ้าง การที่ยอมให้เขาไปทำงานที่บ้าน หรือที่ไหนก็ได้สัก 1-2 วันต่อสัปดาห์ หรือต่อเดือน การที่ช่วยให้เขาได้มีโอกาสสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานกับชีวิตส่วน ตัว โดยไม่ซีเรียสกับเรื่องวันและเวลาในการทำงานมากนัก แต่เน้นไปที่ผลงานมากกว่า ทั้งปริมาณ และคุณภาพ สิ่งเหล่านี้ถ้าองค์กรสามารถจัดหาให้ได้ ก็จะสามารถดึงดูด Gen Y ได้ดีขึ้นกว่าเดิม
  • อย่าลืมเรื่อง Career Path Gen Y ต้อง การความชัดเจนในเรื่องของความก้าวหน้าในสายอาชีพของตนเอง ต้องการรู้ว่า ถ้าเขาทำงานที่นี่ แล้วเขาจะมีโอกาสเติบโตอย่างไร ด้วยระยะเวลาเท่าไหร่ และมีกฎเกณฑ์อย่างไรบ้าง ดังนั้นองค์กรจะต้องมีการจัดทำระบบ Career Path ที่ชัดเจน ซึ่งสามารถอธิบายให้เขาเข้าใจ และเห็นภาพว่า ทำงานที่นี่แล้วจะมีโอกาสเติบโตไปทางไหน อย่างไรบ้าง เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับ Gen Y นี้
ข้างต้นก็คือนโยบายหลักๆ ที่ทำให้เราสามารถดึงดูด และรักษา Gen Y ได้ดี ถ้าองค์กรของเราต้องอาศัยคนรุ่นนี้เข้ามาทำงานมากขึ้น นโยบายในการบริหารทรัพยากรบุคคล ก็อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง ไปตามยุคตามสมัย และตามความต้องการของคนรุ่นนี้

แต่อีกเรื่องที่สำคัญ ไม่แพ้กันก็คือ อย่าเน้น Gen Y จนมากเกินไป จนลืม Gen อื่นๆ ในองค์กร เพราะพวกเขาก็ยังคงเป็นกำลังหลักสำคัญขององค์กรในการสร้างผลงาน ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่ม Gen อื่นๆ ยังเป็นคนที่จะต้องสอนงาน และถ่ายทอดวิธีการทำงานต่างๆ ให้กับ Gen Y ด้วย ดังนั้น จงอย่าลืมคนกลุ่มนี้นะครับ

เพราะเดี๋ยวเขาจะน้อยใจ และจะมีผลต่อผลงานขององค์กรได้ครับ

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

นิทานสอนใจ มานพ ผู้ไม่เคยพบความสุข


นิทาน สอนใจวันนี้ที่ผมนำมาให้อ่านกัน ก็เป็นนิทานของท่าน ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา อีกเช่นเคยนะครับ ขอให้มีความสุขในวันศุกร์ และวันหยุดสุดสัปดาห์ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อุปนิสัยที่นำเราไปสู่ความสำเร็จ

choices111

ความสำเร็จเป็นสิ่งที่คนเราทุกคนอยากได้ ทุกคนล้วนมีเป้าหมายของความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำงาน ครอบครัว ฯลฯ แต่เคยคิดบ้างหรือไม่ว่าทำไมบางคนจึงประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย แต่บางคนกลับมีแต่ความฝัน แต่ไม่เคยที่จะประสบความสำเร็จตามที่ต้องการได้เลย

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

คิดแบบไหน ที่ทำให้เราเสียเวลากับชีวิตของเราเอง


ชีวิตของเรานั้น ถ้านับกันเป็นจำนวนวันแล้ว เขาว่ากันว่า เฉลี่ยเรามีชีวิตอยู่ประมาณ 80 ปี ซึ่งถ้าเราคิดเป็นวันแล้ว เรามีเวลาทั้งชีวิตอยู่เพียง 29,200 วัน เห็นตัวเลขนี้แล้วรู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ ผมเห็นตัวเลขนี้ครั้งแรก รู้สึกว่า ทำไมชีวิตเราช่างสั้นจัง มีเวลาเพียงสองหมื่นกว่าวันเท่านั้นเอง แล้วในสองหมื่นกว่าวันนี้ เป็นเวลาที่ใช้นอนอย่างเดียว อีกประมาณหนึ่งในสาม ที่เหลือก็คือเวลาที่เราใช้ชีวิตจริงๆ